ฮัลล์สตัทท์: เที่ยวเองได้ง่ายๆ สไตล์คนไทย



```html

ถึงจะโดนทั้งชมทั้งติ แต่ Hallstatt ก็ยังเป็นที่ที่ประทับใจที่สุดที่เคยไปมา!

วันนี้ขอมาแชร์ประสบการณ์ที่ Hallstatt รวมถึงเส้นทางที่ไป วิธีการเดินทาง และข้อควรระวังต่างๆ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการทำให้ทริป Hallstatt ของทุกคนสมบูรณ์ยิ่งขึ้นนะคะ!

✈️ ไป Hallstatt ยังไงดี?

เนื่องจากเป็นการไป Hallstatt ครั้งแรก ก็เลยไม่ค่อยรู้เรื่องการเดินทางและตารางเวลาเท่าไหร่ ทริปนี้ได้เช่าทีมถ่ายรูปและโชคดีที่พี่เจ้าของร้านช่วยจองตั๋ว แนะนำวิธีการเดินทาง รวมถึงให้คำปรึกษาเรื่องตารางเวลาที่เหมาะสมด้วยค่ะ คร่าวๆ พี่เค้าแนะนำให้ไปตามนี้ ถ้าใครเดินทางจากไทยก็ลองดูนะคะ!

  • บินไป Salzburg – ค่อนข้างใกล้ Hallstatt แล้วค่อยต่อรถไฟหรือรถบัส
  • หรือถ้าเที่ยวหลายประเทศ ก็อาจจะไปจาก Paris, Venice, Rome หรือ Amsterdam แล้วค่อยบินไป Salzburg หรือ Vienna แล้วต่อรถไฟไป Hallstatt

📅 ควรไป Hallstatt ช่วงไหนดี?

จากการหาข้อมูลคิดว่า Hallstatt สวยทุกฤดูค่ะ ก็เลยรวบรวมจากรีวิวต่างๆ มาให้

  • ฤดูใบไม้ผลิ: อากาศดี ดอกไม้บานสะพรั่ง
  • ฤดูร้อน (กรกฎาคม–กันยายน): ช่วงพีคของการท่องเที่ยว หมู่บ้านคึกคัก และอากาศดีมีแดด
  • ฤดูใบไม้ร่วง: ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม บรรยากาศโรแมนติก
  • ฤดูหนาว: มีหิมะขาวโพลน สวยเหมือนในฝัน

💡 ข้อควรจำ:

  • => ถ้าอยากเลี่ยงคนเยอะ ให้ไปช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วง ตอนแรกชอบฤดูหนาวมากกว่า แต่ตารางวันหยุดดันตรงกับฤดูใบไม้ผลิ 😓 แต่พอไปถึงก็รู้สึกว่าฤดูใบไม้ผลิก็ดีมาก: คนน้อยกว่า อากาศเย็นสบาย และวิวสวยมาก
  • => ควรพักค้างคืนอย่างน้อย 1 คืน เพราะตอนเย็นหรือเช้าตรู่ Hallstatt จะสวยมาก ไม่มีนักท่องเที่ยวเยอะ แต่ถ้าไปแบบวันเดียวจะเจอแต่คนเยอะๆ ต่อคิวถ่ายรูปเช็คอิน
  • => ควรเช็คสภาพอากาศก่อนไป ถ้าฝนตก หมอกลง หรือหิมะตกหนัก ก็ไม่ควรไป ไปแต่เช้าเพื่อให้ทันแสงแดด เพราะแดดขึ้นแล้วก็หายไปเร็วมาก

🚉 วิธีการเดินทางจาก Salzburg ไป Hallstatt:

ทีมถ่ายรูปแนะนำ 3 วิธีนี้ค่ะ งบประมาณมีจำกัดก็เลยเลือกวิธีที่ 1 แต่ทุกคนลองดูวิธีที่ 2 หรือ 3 ก็ได้ จะเร็วกว่าและสวยกว่านะคะ:

วิธีที่ 1 (ประสบการณ์ครบ รถบัส + รถไฟ + เรือเฟอร์รี่):

  • รถบัส 150 ไป Bad Ischl → รถไฟไปสถานี Hallstatt → เรือเฟอร์รี่ไปหมู่บ้าน

วิธีที่ 2 (รถบัสตลอดสาย):

  • รถบัส 150 → เปลี่ยนรถบัส 542 หรือ 543 ไป Hallstatt

(เร็วกว่า เปลี่ยนยานพาหนะน้อยกว่า เหมาะสำหรับคนที่มีกระเป๋าเยอะ)

วิธีที่ 3 (รถไฟตลอดสาย):

  • รถไฟจาก Salzburg → Attnang Puchheim → เปลี่ยนรถไฟไป Hallstatt → เรือเฟอร์รี่ไปหมู่บ้าน

(วิธีนี้แพงกว่าหน่อย แต่วิวสวย ถ้าชอบนั่งรถไฟชมวิว)

💡 ข้อควรจำ:

ถ้าซื้อตั๋วบนเว็บ oebb จะถูกกว่าซื้อโดยตรงนะคะ

🍽 เรื่องอาหาร & การกิน

อาหารที่ออสเตรียรสชาติเค็มกว่าที่คุ้นเคย ราคาค่อนข้างสูงกว่าค่าเฉลี่ยในยุโรป แนะนำให้ลองอาหารพื้นเมือง เช่น ซุป Goulash, Schnitzel หรือ Apfelstrudel เป็นของหวาน

💡 ข้อควรจำ:

ถ้าหิวตอนกลางคืนหรือชอบกินอะไรหลากหลาย เตรียมของกินแห้งจากบ้านไปด้วยนะคะ!

📸 สิ่งที่ไม่ควรพลาด:

  • ✔️ เช่าเรือพายในทะเลสาบ Hallstatter See (ประมาณ 20 ยูโร/ชั่วโมง) – มองจากกลางทะเลสาบกลับไปที่หมู่บ้าน จะเข้าใจเลยว่าทำไม Hallstatt ถึงติดอันดับ "หมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก"
  • ✔️ ถ่ายรูปจากมุม Viewpoint ชื่อดัง – โดยเฉพาะบริเวณสะพานไม้และทางขึ้นเหมืองเกลือ รูปออกมา "อาร์ต" มาก!
  • ✔️ ใช้เวลาอย่างน้อย 1 วันสำรวจหมู่บ้าน และ 2-3 วันสำหรับ Salzburg – Hallstatt – Vienna เที่ยวแบบสบายๆ แต่ได้ประสบการณ์ครบ
  • ✔️ ถ้าไป Hallstatt แล้ว ควรแวะ Wolfgangsee ที่สวยงาม เป็นที่พักผ่อนยอดนิยมของนักการเมืองและศิลปินชื่อดัง ที่นี่มีพลังงานบวกและอากาศบริสุทธิ์ดีต่อสุขภาพมาก
  • ✔️ พักที่ Salzburg เพื่อประหยัด เพราะห้องพักในหมู่บ้านค่อนข้างแพง พักที่ Drei Kreuz Hotel ราคาโอเค มีที่ฝากกระเป๋าถ้าต้องไปเที่ยว ก่อน/หลังเช็คเอาท์

สำหรับเราแล้ว หมู่บ้านโบราณ Hallstatt เป็นที่ที่สวยงาม น่ารัก สงบ และคุ้มค่าที่จะไปสักครั้งในชีวิต

นอกจากนี้ ถ้าใครอยากจองถ่ายรูป (แต่งงาน + ครอบครัว...) ลองดูพี่ Ngô Quang Ninh ได้ค่ะ ทีมงานพี่เค้าทำงานมืออาชีพและให้คำปรึกษาดีมาก (ทั้งเรื่องการเดินทาง ที่พัก อาหาร) ขอบคุณพี่มากที่ดูแลอย่างดีค่ะ

หวังว่าสิ่งที่แชร์จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนและมีทริปที่น่าจดจำนะคะ! ✨

```

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า