เที่ยวคนเดียวจากสิงคโปร์ไปมาเลเซีย🇲🇾 ผจญภัยสุดมันส์ที่ต้องจดจำ

เที่ยวคนเดียวจากสิงคโปร์ไปมาเลเซีย🇲🇾 ผจญภัยสุดมันส์ที่ต้องจดจำ



```html

การเดินทางคนเดียวจากสิงคโปร์ไปมาเลเซีย – ทริปที่น่าจดจำ 🇲🇾

ครั้งแรกที่ฉันเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียจากสิงคโปร์ทางบก และยังเป็นครั้งแรกที่ฉันรู้ว่าการหลงทางเป็นอย่างไรหลังจากผ่านด่าน ตอนทำตามขั้นตอนเสร็จ เห็นผู้คนเดินลงไปชั้นล่าง ฉันก็เลยเดินตามไปด้วย แต่ใครจะรู้ว่านั่นคือทางออกไปยังที่จอดรถ ไม่ใช่ทางขึ้น ฉันเดินวนไปมาเกือบชั่วโมง ไม่รู้จะไปทางไหน จนกระทั่งพบทางเดินจริงอยู่ที่ชั้นบน

เมื่อออกมาข้างนอก ฉันขึ้นรถไปที่สถานี Larkin Sentral เพื่อซื้อตั๋วไป Muar ตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมเพื่อนก่อนที่จะเดินทางต่อ แต่เมื่อไปถึง ภาพที่เห็นตรงหน้า "ตะลึง" ผู้คนเบียดเสียดกันไปทั่ว กระเป๋าเดินทางเรียงรายยาวเหยียด เสียงเรียกหากันดังสนั่น ฉันเพิ่งรู้ว่าวันนี้เป็นวันตรุษจีนของชาวมาเลเซีย และวันรุ่งขึ้นก็ยังเป็นวันหยุด

เมื่อมองดูฉากนั้น ฉันก็นึกถึงบ้านเกิดของฉันในช่วงตรุษจีนในเวียดนาม ถนนจากไซ่ง่อนไปทางตะวันตกเฉียงใต้หนาแน่น รถค่อยๆ เคลื่อนตัวไปทีละนิด เมื่อคิดถึงเรื่องที่อาจจะติดขัดและพลาดเที่ยวบิน ฉันรีบยกเลิกนัดกับเพื่อน แล้วหาโรงแรมในกัวลาลัมเปอร์และเปลี่ยนตั๋วเพื่อไป KL โดยตรงในคืนนั้น

คิดว่ามีตั๋วแล้วจะได้ขึ้นรถตรงเวลา ใครจะรู้ว่ารถคันไหนมาถึง ผู้คนก็จะเบียดเสียดกันขึ้นไป ไม่สนตั๋ว ฉันยังคงยืนอยู่ที่นั่น ถือตั๋วเวลา 18:25 น. มองดูรถแต่ละคันวิ่งท่ามกลางฝูงชนที่เหนื่อยล้า กระเป๋าเดินทางกองอยู่บนพื้น

เกือบ 20:30 น. ชายชาวมาเลเซียใจดีคนหนึ่งสละที่นั่งให้ฉันได้ขึ้นรถ บนรถมีแค่ฉันที่เป็นผู้หญิง นอกนั้นเป็นผู้ชายแปลกหน้าหมด คนที่นั่งข้างๆ เป็นผู้ชายดูเหมือนชาวเอเชียตะวันตกตัวสูง พูดน้อย เขาขอยืมที่ชาร์จสำรองของฉันแล้วนั่งหลับข้างๆ เมื่อลงป้ายระหว่างทางเพื่อเข้าห้องน้ำ เขาก็กลับมาให้ขวดน้ำเย็นแก่ฉัน ฉันยิ้มขอบคุณ แต่จริงๆ แล้วตอนนั้นไม่กล้าดื่ม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย ท่าทางเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ผู้คนรู้สึกอบอุ่นใจ และทำให้ฉันระมัดระวัง

คิดว่าทุกอย่างจบลงแล้ว ใครจะรู้ว่ารถติดหนักมาก ทางหลวงเชื่อมระหว่างยะโฮร์บารูกับกัวลาลัมเปอร์แน่นขนัด รถค่อยๆ เคลื่อนตัวไปทีละนิด ฉันเหนื่อยล้าเหลือเกิน ลืมตาดูหลายครั้งก็ยังเห็นภาพเดิม จนเกือบตี 4 รถก็มาถึงสถานี TBS (Terminal Bersepadu Selatan)

ฉันถอนหายใจโล่งอก คิดว่าแค่สั่ง Grab ก็เรียบร้อย แต่ใครจะรู้... แอป Grab ไม่รับการชำระเงินด้วยบัตร และตอนกลางคืนก็ไม่รับเงินสด ฉันลากกระเป๋าเดินทางไปที่บริเวณรับส่งผู้โดยสาร เดินไปเคาะประตูรถ Grab ที่จอดอยู่ทีละคันเพื่อถามว่า "คุณรับส่งไหม?" ในที่สุด มีคนหนึ่งตกลง รถแล่นไปในเมืองที่ยังมีหมอกอยู่

เมื่อถึงหน้าโรงแรม นาฬิกาบอกเวลา 5 โมงเช้าพอดี ฉันมองดูแสงไฟสีเหลืองที่ส่องออกมาจากล็อบบี้ ทั้งเหนื่อย ทั้งโล่งใจ คืนอันยาวนาน หลายช่วงคิดว่าจะผ่านไปไม่ได้ แต่ก็เป็นเพราะสิ่งนั้นทำให้ฉันจำได้ตลอดไป

นั่งอยู่ในห้องพัก มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นท้องฟ้ากัวลาลัมเปอร์ค่อยๆ สว่าง ฉันเพิ่งรู้ว่า: ตลอดทั้งคืน ฉันได้เดินทางผ่านสามเมือง สองประเทศ และสัมผัสความรู้สึกมากมาย ตั้งแต่ความรู้สึกหลงทาง ความกังวล ไปจนถึงความกตัญญู

ครั้งแรกที่เดินทางไกลคนเดียว ฉันคิดว่าจะกลัว แต่กลับกลายเป็นว่า แค่เอาชนะความกลัวครั้งแรกได้ ที่เหลือก็คือประสบการณ์

และถึงแม้ว่าจะลำบาก ถึงบางครั้งจะรู้สึกเศร้า เช้าวันรุ่งขึ้นตื่นมา ก็ยังเห็นสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนที่สุด:

ฉันได้เดินทางจริงๆ และเดินทางได้ด้วยตัวเอง 😂

```

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า